Under Armour ตอกย้ำการเป็นเพอฟอร์มานส์ สปอร์ตแวร์

Under Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) ผู้นำด้านการผลิตเสื้อผ้ากีฬาด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ จัดการแข่งขัน Test of Will 2017 (เทสต์ ออฟ วิลล์ 2017) เวทีแข่งขันแบบฟังก์ชั่นนอล เทรนนิ่ง ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระดับภูมิภาคของ Under Armour ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ณ ศูนย์การค้าเมกา บางนา

ไมเคิล บิงเกอร์ ประธานบริหาร และ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ทริปเปิ้ล (Triple Pte. Ltd) ผู้จัดจำหน่าย Under Armour แต่เพียงผู้เดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “Under Armour ยังคงเดินหน้าเปิดเวทีในด้านกีฬาต่างๆเพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาและผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย โดยได้นำ Under Armour Test of Will 2017 การแข่งขันแบบฟังก์ชันนอล เทรนนิ่ง รายการใหญ่ประจำปี กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 2 แบ่งเป็นรอบระดับประเทศเพื่อเฟ้นหาตัวแทนนักกีฬาชาย 2 คน และหญิง 2 คน เป็นตัวแทนประเทศไปร่วมแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในเดือนพฤษภาคม 2560 เพื่อชิงตำแหน่งแชมป์การแข่งขันและรับรางวัลเงินสดมูลค่า 2,500 เหรียญสิงคโปร์ สำหรับประเทศไทย ปีนี้มีความพิเศษมากเนื่องจากผู้ชนะจะได้รับรางวัลมูลเพิ่มเติมค่า 1 แสนบาท อีกด้วย”

นางสาวปริศนา ศิริสมถะ ผู้จัดการทั่วไป ยูเอ สปอร์ต ไทยแลนด์ กล่าวว่า “การแข่งขัน Test of Will 2017 (เทสต์ ออฟ วิลล์ 2017) จัดต่อเนื่องจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 เนื่องจากได้รับการตอบรับจากกลุ่มนักกีฬาเป็นอย่างดี นอกจากประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทยแล้ว ปีนี้ Under Armour ได้จัดการแข่งขันเพิ่มขึ้นอีกใน 2 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซียและบรูไน รวมเป็น 6 ประเทศ เนื่องจากกระแสของการออกกำลังกายประเภทเทรนนิ่งได้รับความนิยมสูงทั่วภูมิภาค เนื่องจากกลุ่มนักกีฬาและผู้ที่ชอบออกกำลังกายชอบความท้าทายและต้องการพัฒนาขีดความสามารถอย่างไม่หยุดยั้ง Test of Will จึงได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากเปิดกว้างให้นักกีฬาทุกประเภทได้ทดสอบศักยภาพของตนเอง ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยตอกย้ำการรับรู้ของแบรนด์ในฐานะแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาที่ช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้สวมใส่ได้อย่างดี”

นางสาวปริศนา กล่าว ถึงแผนการตลาดของ Under Armour ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ว่า “สินค้าแบรนด์ Under Armour ที่ทำตลาดในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ไม่แตกต่างจากสินค้าที่ขายในภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งประกอบด้วย เสื้อผ้า รองเท้า  กระเป๋า และแอคเซสเซอรี่ ต่างๆ โดยเสื้อผ้ามีสัดส่วนจะมากถึง 65% เนื่องจากเสื้อผ้าถือสินค้าหลักของ Under Armour อย่างไรก็ตาม แต่ละภูมิภาคจะมีความแตกต่างกันที่เนื้อผ้าเพราะโซนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นโซนร้อน จึงต้องเลือกเนื้อผ้าให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนโดยแต่ละซีซั่นจะมีสินค้าเกินกว่า 1 พัน SKU โดยสินค้าที่ขายดียังคงเป็นกลุ่มเสื้อผ้า โดยเฉพาะเสื้อยืด กางเกงขาสั้น กางเกง ขายาว กางเกงขา 3 ส่วน 4ส่วน บรา และกางเกงชั้นใน ส่วนสินค้าที่ขายดีรองมาคือรองเท้าวิ่ง

สินค้ารุ่นที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆจะมีผลิตออกมาทุกปีทั้งเสื้อผ้าและรองเท้า โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้เปิดตัว เทคโนโลยี Threadborne™ (เทรดบอร์น)  โดยการนำเส้นด้ายพิเศษที่มีความคงทนจากเชือกของร่มชูชีพนำมาผลิตขึ้นเป็น “เส้นใยชนิดพิเศษ” ที่ทนทานต่อการใช้งานอย่างสมบุกสมบัน ทำให้เส้นใยดังกล่าวกลายเป็นเนื้อผ้าเจนเนอร์เรชั่นใหม่ที่ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถแสดงศักยภาพได้ดีขึ้นโดยยังคงสวมใส่สบายและขณะเดียวกันก็มีความทนทาน

เสื้อผ้าคอลเลคชั่นล่าสุด ได้แก่  Threadborne™ (เทรดบอร์น) อาทิThreadborne™ Siro (เทรดบอร์น ไซโร) และซีมเลส (Seamless) มีจุดเด่นที่ความนุ่ม  น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ร่างกายแห้งเร็วขึ้นและรู้สึกเย็นเบาสบาย มีความยืดหยุ่น คล่องตัว กระชับพอเหมาะแต่ไม่แนบติดกับร่างกาย ให้ความสบายและช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้สวมใส่ไปสู่อีกมิติ  นอกจากนี้ เทคโนโลยี Threadborne™ (เทรดบอร์น) ใช้เป็นส่วนประกอบของรองเท้าบาสเก็ตบอล UA Curry 3 รองเท้า UA SpeedForm® Gemini 3 (ยูเอ สปีดฟอร์ม เจมิไน 3)”

สำหรับนโยบายการขยายตลาดสินค้ากลุ่มอื่นๆ นางสาวปริศนา กล่าวว่า “กลุ่มสินค้าหลัก ยังคงเป็นกลุ่มเสื้อผ้า รองเท้าและแอคเซสเซอรี่ต่างๆ ส่วนที่เพิ่มเติมจะมีในส่วนของประเภทกีฬาเทนนิสผู้หญิง กอลฟ์ผู้หญิง และกีฬากลางแจ้ง ซึ่งสินค้ากลุ่มพวกนี้จะมีจำหน่ายที่สาขาสยามเซ็นต์เตอร์เท่านั้น เนื่องจากสาขาสยามเซ็นเตอร์เป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของ Under Arnmour ยังคงเป็นลูกค้ากลุ่มที่ออกกำลังกายเป็นหลัก เพราะสินค้าของ Under Armour เป็นสินค้าสปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์ (sport performance) ที่เน้นเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย ถึงแม้ว่าUnder Armour เพิ่งจะออกไลน์สินค้าแนวสินค้ากีฬาที่เป็นไลฟสไตล์(sport lifestyle) ออกมาใหม่ในแบรนด์ UAS แต่ไม่ได้นำเข้ามาจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในขณะนี้ คงต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี

แผนการขยายตลาดของ Under Armour ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงจะมุ่งเน้นทำการตลาดกับลูกค้าที่ออกกำลังกายมากกว่าตลาดไลฟสไตล์ โดยจะขยายไปสู่ทุกภาคของประเทศไทย โดยจะทำตลาดในกรุงเทพฯและหัวเมืองหลักๆ จากนั้นจึงขยายออกไปสู่หัวเมืองรองผ่านทั้งช่องทางร้านค้าปลีกและร้านค้าของดีลเลอร์ ซึ่งตอนนี้เรามีร้านค้าปลีกอยู่ 9 สาขา และร้านค้าดีลเลอร์อีก 70สาขา ครอบคลุมพื้นที่ทั้งกรุงเทพฯ ปรปริมณฑลและต่างจังหวัด”

Under Armour มีสาขาทั้งสิ้น 10 แห่ง ได้แก่ สยาม เซ็นเตอร์, เมกา บางนา,สเปล แอท ฟิวเจอร์ พาร์ค, สยามพารากอน, เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์,เดอะ มอลล์ บางกะปิ, เอาท์เล็ต เมืองทอง ธานี, เซ็นทรัลเฟสติวอล พัทยา และจังซีลอน ภูเก็ต สามารถติดตามกิจกรรม Under Armour ประเทศไทยได้ทาง เฟสบุ๊ค Under Armour Thailand หรืออินสตาแกรม @underarmourth

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s